เว็บบอลสเต็ป การสร้างความสัมพันธ์และสนับสนุนฟุตบอลเอเชียของเจลีก

เว็บบอลสเต็ป

พูดคุยกับผู้คิดริเริ่ม “ยุทธ์ศาสตร์เอเชีย” ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา, ความสำเร็จ และอนาคต
ผู้เขียน คัตสึยะ โฮโซเอะ เรียบเรียงภาษาไทย ธีรฉัตร รูปประดิษฐ์
ความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเจลีกนั้นลึกซึ้งใกล้ชิดมากขึ้น ช่วงหลังมานี้เราได้เห็นผู้เล่นจากไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศอื่นๆในอาเซียน มาเล่นในเจลีกมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่การเข้ามาของนักเตะเท่านั้น ยังนับรวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรกันระหว่างสโมสรในอาเซียนกับเจลีกอีกด้วย

เว็บบอลสเต็ป เจลีกนั้นวาง “ยุทธ์ศาสตร์เอเชีย” มาตั้งแต่ปี 2012 มีผลตอบรับและความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โอกาสนี้เราจึงได้มาพูดคุยกับ โอยะ ทาเคยูกิ ผู้เป็นบุคคลสำคัญในการริเริ่มโครงการนี้ ซึ่งเป็นการเชี่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศอื่นๆในเอเชีย เกี่ยวกับภาพรวมความคืบหน้าของโครงการและแนวโน้มในอนาคต

“ยุทธศาสตร์เอเชีย” (Asia Strategy) ของเจลีก เริ่มขึ้นในปี 2012 โดยสาเหตุหลักของการจัดตั้งคือเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม เมื่อปี 2011

“เนื่องจากเหตุภับพิบัติ ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก และยังทำให้ผู้เข้าไปชมเกมเจลีกในสนามลดลงไปมากด้วย ผมจึงมีความคิดอยากนำชีวิตชีวาของเจลีกกลับมาอีกครั้ง รวมถึงเพื่อเป็นการพัฒนาฟุตบอลในญี่ปุ่นด้วย ผมจึงคิดอยากจะนำเจลีกไปเชื่อมต่อในระดับเอเชียมากขึ้น”

ฟุตบอลญี่ปุ่นเติบโตขึ้นอย่างมากตลอด 25 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การก่อตั้งเจลีก ทีมชาติญี่ปุ่นได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 6 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 1998 ที่ฝรั่งเศส รวมถึงการผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายได้ถึงสองครั้งในปี 2002 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมกับเกาหลีใต้ และปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นกลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชียที่ทุกคนยอมรับ

Hidetoshi Nakata

“เราได้รับความเคารพอย่างสูงจากทุกประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งกำลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของตำนวนประชากร ทำให้ผมมีความคิดที่จะนำฟุตบอลญี่ปุ่นไปจับความร่วมมือกับประเทศกลุ่มอาเซียน”

“ตัวอย่างเช่นไทย ซึ่งลงทุนกว่า 1 พันล้านเยน เพื่อการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ พวกเขาพร้อมลงทุนกับฟุตบอลอย่างเต็มที่ เพื่อการพัฒนาฟุตบอลในประเทศ ซึ่งหากเราไม่จับมือกับพวกเขา ก็นับว่าเสียโอกาสเปิดตลาดใหญ่ไปอย่างมาก”

นอกจากนี้ โอยะ ยังกล่าวถึงสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศในแถบนี้ด้วยว่า “พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุความฝันอันสูงสุด นั่นคือการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก”

“เราอยากจับมือกับพวกเขามาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เราเพียงแค่คิดว่าหากเจลีกเข้าไปให้การสนับสนุนพวกเขามากขึ้นแบบใกล้ชิด ก็น่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับประเทศเหล่านี้ได้”

จากนั้นการเริ่มใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจในเอเชียจึงเริ่มขึ้นโดยการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับแต่ละประเทศ ในปี 2012 เจลีกเข้าเป็นพันธมิตรกับไทยลีกในเดือนกุมภาพันธ์ ต่อด้วยวีลีกในเดือนมิถุนายน และเมียนมา เนชั่นแนล ลีก ในเดือนสิงหาคม

ต่อมาปี 2013 ก็เป็นพันธมิตรกับกัมพูชาลีก ในเดือนพฤษภาคม และเอสลีกในเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นการให้ความรู้ในด้านการฝึกอบรมผู้เล่น รวมถึงการดำเนินงานของเจลีก และนอกเหนือจากกิจกรรมเหล่านี้ เจลีกยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสังคม เช่นการจัดคลินิกสอนฟุตบอลให้แก่เยาวชนอีกด้วย

กิจกรรมเหล่านี้ ทำให้เจลีกได้เรียนรู้ความคิดและการทำงานด้านอุตสาหกรรมฟุตบอลของแต่ละประเทศ เราได้พบว่านักเตะจากไทยลีกมีความสามารถสูงกว่าที่เราคิด แต่พวกเขายังไม่มีนักเตะไปเล่นในต่างประเทศมากนัก การนำนักเตะเหล่านี้มาสู่เจลีก จะช่วยสร้างทั้งความแข็งแกร่งให้แก่ฟุตบอลไทย รวมถึงขยายฐานแฟนบอลของเจลีกในไทยให้เพิ่มมากขึ้น

2017-04-04-kazuyoshi-miura

ในอดีตที่ผ่านมา คาซูโยชิ มิอุระ และ ฮิเดโตชิ นากาตะ เคยเซ็นสัญญาไปค้าแข้งในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งส่งผลให้มีแฟนบอลเซเรีย อา เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นอย่างมาก นับตั้งแต่นั้นมานักเตะของญี่ปุ่นก็ย้ายไปเล่นในต่างแดนจำนวนมาก ซึ่งก็ช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลของญี่ปุ่นไปมากด้วยเช่นกัน หากเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างนักเตะในอาเซียนกับเจลีกบ้าง ก็นับเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง

ปี 2013 ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติเวียดนาม เล คง วินห์ เข้ามาอยู่กับคอนซาโดเล ซัปโปโร ตามด้วย เหงียน คง เฟือง ซึ่งมาอยู่กับมิโตะ ฮอลลีฮ็อค และในปี 2017 ซูเปอร์สตาร์จากไทย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ย้ายมาเล่นให้คอนซาโดเล ซัปโปโร โดยเขาได้ลงสนามไปถึง 17 เกม และกลายเป็นตัวหลักที่ช่วยให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยบน J1 ได้แบบสบายๆ

ขณะที่ โอยะ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “มิโตะ ฮอลลีฮ็อค กลายเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสายการบินในเวียดนาม โลโก้ของสโมสรถูกนำไปติดบนเครื่องบิน นอกจากนี้สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ยังมีการเพิ่มเที่ยวบินโดยตรงไปยังสนามบินอิบารากิ ขณะที่ในไทยก็มีการถ่ายทอดสดเกมของคอนซาโดเล ซัปโปโร ทุกนัด ซึ่งผมก็รู้มาด้วยว่าเรตติ้งการรับชมนั้นใกล้เคียงกับเกมนัดสำคัญของไทยลีกเลยด้วยซ้ำ ที่จึงเป็นความสำเร็จ”

ในปี 2012 เซเรโซ โอซาก้า จับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ บางกอกกล๊าส โดยทางเซเรโรจะมาเก็บตัวช่วงปรีซีซั่นที่เมืองไทยทุกปี ขณะที่บีจีเองก็มีการนำนักเตะไปร่วมฝึกซ้อมกับเซเรโซถึงญี่ปุ่นบ่อยครั้ง รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนโค้ชและนักเตะร่วมกันมาแล้วหลายรายด้วย

นอกจากนี้ทั้ง สิงห์ และ ยันมาร์ ก็ยังร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักให้ทั้งสองทีมด้วยเช่นกัน ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้ ทำให้ทั้งสองทีมสามารถพัฒนาร่วมกันไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน

Bangkok Glass FC in Cerezo Osaka

ทางด้านของ คอนซาโดเล ซัปโปโร เป็นอีกทีมที่มีความสัมพันธ์อันดีกับฟุตบอลอาเซียนอย่างมาก มีนักเตะอาเซียนหลายรายมาค้าแข้งในถิ่นซัปโปโร โดม เริ่มตั้งแต่ปี 2013 กับ เล คง วินห์ ตามด้วยนักเตะอินโดนีเซียเชื้อสายดัตช์ สเตฟาโน ลิลิปาลีย์ ในปี 2014 อิรฟาน บัชดิม ในปี 2015

และล่าสุดในปี 2017 กับ ชนาธิป ผลที่ได้คือความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม เช่นการเพิ่มขึ้นของแฟนบอลชาวไทยที่เข้ามาชมเกมถึงสนามในปี 2017 ที่ผ่านมา

ขณะที่ เอฟซี โตเกียว ก็จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปี 2017 นำมาซึ่งการเซ็นสัญญาดึงตัว จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ซึ่งได้ไปลงเล่นในระดับ J3 ให้กับเอฟซี โตเกียว U23 และสามารถทำประตูแรกได้ในการลงเล่นสัปดาห์สุดท้ายอีกด้วย

รวมถึง มิโตะ ฮอลลีฮ็อค ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับเวียดนาม จากดีลของ เหงียน คง เฟือง ซึ่งส่งผลให้มีการเชื่อมต่อหลากหลากด้าน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น

J.League ASEAN palyers

“จนถึงขณะนี้ สโมสรในเจลีกแต่ละแห่ง ได้สร้างความสัมพันธ์กับทีมในต่างแดนอื่นๆมากมาย ผมดีใจมากที่ฟุตบอลกลายเป็นภาษาสากล และช่วยยกระดับประเทศในอาเซียน เช่นในกรณีของ มิโตะ”

เป็นเวลาถึง 5 ปีแล้ว นับตั้งแต่การเริ่มต้นยุทธศาสตร์เอเชีย ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โอกาสในการเข้าถึงฟุตบอลเจลีกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างข่าวการเล่นของ ชนาธิป ที่ไม่เพียงพอได้รับความสนใจเยอะมากจากประเทศไทยเท่านั้น แต่ทุกประเทศในอาเซียนแต่ก็ตื่นเต้นกับข่าวนี้เช่นกัน

ความสัมพันธ์ของฟุตบอลญี่ปุ่นกับอาเซียนพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงล่าสุดกับการที่ ซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ลงทุนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเซ็นสัญญากับอีกหนึ่งนักเตะระดับท็อปของทีมชาติไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ก็ยิ่งช่วยดึงดูดความน่าสนใจของเจลีกให้เพิ่มมากขึ้นในประเทศแถบนี้เข้าไปอีก

ความร่วมมือเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เพราะฟุตบอลญี่ปุ่นและเจลีกให้ความเคารพและให้เกียรติต่อฟุตบอลทุกประเทศในอาเซียน จนทำให้โครงการยุทธศาตร์เอเชียนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดีมากกกว่าที่ทีมงานของเจลีกคาดคิดไว้ด้วยซ้ำ

ธีรศิลป์ แดงดา

ประวัติ : โอยะ ทาเกยูกิ
ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจลีก มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เกิดเมื่อปี 1981 หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิร์สต์ เขาเข้ามาทำงานในให้บริษัทเอเจนซี่ในญี่ปุ่น ในปี 2004 จากนั้นปี 2009 ก็ย้ายมาทำงานในบริษัทเจลีก ก่อนจะโยกมาอยู่ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งของเจลี ตั้งแต่ปี 2012 นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการแข่งขันของเอเอฟซี มาตั้งแต่ปี 2015 อีกด้วย